Curfew ต่ออีก .. จนถึงวันศุกร์ ..

วันนี้รัฐบาลประกาศ curfew ต่ออีก จากวันนี้ไปจนถึงวันศุกร์ คือเพิ่มอีก 4 วัน เออ .. ดี .. วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้ตรงกับวันพระใหญ่ (วันวิสาขบูชา) พอดี จะได้เริ่มต้นใหม่กับเรื่องราวดีๆ ที่ให้น้อมนำเอาศาสนามาช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ ช่วยขัดเกลาจิตใจที่หยาบกระด้างของคนไทยบางกลุ่มที่หลงลืมไป ให้กลับมาอ่อนโยนมีน้ำใจกับคนอื่นที่ต่างก็เป็นคนไทยเช่นเดียวกัน หวังว่ากลุ่มที่คอยจ้องจะก่อความเสียหายกับบ้านเมือง จะมีเสี้ยวหนึ่งในความคิดความรู้สึกที่เปิดช่องให้ศาสนาพุทธของชาวไทยได้เข้าไปก่อให้เกิดสติ ยับยั้งความคิดอกุศลอันเป็นอคติปิดกั้นความดีในใจ และพิจารณาถึงการกระที่ได้ทำไว้หรือคิดจะไปทำนั้น ว่าจะเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองและประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์สักเพียงใด และขอพรอันดีเลิศประเสริฐในทั่วหล้านี้ได้โปรดจงดลใจให้เขาเหล่านั้นได้ล้มเลิกและยุติการกระทำเช่นนั้นเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติ

ขอพระคุ้มครองคนไทยทุกคนให้มีความสุข รอดพ้นจากภยันตรายต่างทั้งมวล .. สาธุ ..

Advertisements

เรื่องร้ายผ่านไป .. รอแค่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ..

เริ่มตั้งแต่กลุ่ม นปช. เสื้อแดงเคลื่อนขบวนเข้ายึดพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อต้นเดือนเมษายน 2553 เป็นสาเหตุให้พวกเราได้รับแจ้งจากที่ทำงานให้หยุดงานตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน (ตรงกับวันคล้ายวันเกิดพอดีเลยวุ๊ย) ยาวไปทั้งเดือนเมษายนเลย แต่ให้เข้าไปรับ event พิเศษ 1 วันในวันที่ 28 เมษายนด้วย แล้วมีการทำความตกลงให้หยุดงานเพิ่มขึ้นอีก 1 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่ 1-31 พฤษภาคม โดยไม่มีการจ่ายเงิน และให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องเป็นระยะๆ


(ภาพโดย http://talk.mthai.com/user/giraf999)

ระหว่างนั้น ก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้เรื่องราวบ้าๆ นี่จบๆ ลงไป จะได้กลับทำงานกันซักที ตามข่าวเรื่องแผนปรองดองก็ดีใจว่า เอ้อ .. มันน่าจะลงเอยกันได้ล่ะคราวนี้ เพราะท่าทีแกนนำก็ดูจะเห็นด้วยและยอมรับแผนนี้ แต่พอมีคำสั่งของตัวพ่อจากต่างประเทศบอกไม่ยอมรับจะเลิกไม่ได้ แกนนำก็จัดให้ตามที่ขอพลิกลิ้นโดยพลัน เพิ่มข้ออ้างเพื่อต่อรองทันที ซึ่งเรื่องการพลิกลิ้นปรับเปลี่ยนข้อต่อรองนั้นเป็นมาตั้งแต่เริ่มต้นชุมนุมแล้ว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หาข้ออ้างโน่นอ้างนี่เฉไฉนอกเรื่องนอกประเด็น แถไปเรื่อยๆ เพื่อยื้อเวลาให้เกิดความสูญเสียกับประเทศชาติให้มากที่สุด เพราะข้อเรียกร้องที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สังเกตจากเมื่อปีก่อนก็เหมือนกัน เป็นไม้หลักปักขี้เลนหาจุดยืนไม่ได้ อ้างแต่ขอแค่ยุบสภา พอรัฐบาลโอนอ่อนให้ก็รีบหาข้ออ้างเพื่อไม่ยอมยุติการชุมนุม เพียงเพราะตัวพ่อที่อยู่ต่างประเทศไม่ยอมเพราะถ้าเลิกง่ายๆ ที่ลงทุนไปตั้งเยอะแยะก็เสียเปล่าอ่ะดิ ห้ามเลิก(โว๊ย) .. แต่ถ้ามึงไม่ยอมเลิก พวกกูก็จะอดตายกันอยู่แล้ว(ว่ะ)


(ภาพโดย http://talk.mthai.com/user/giraf999)

แล้วสถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากรัฐบาลโดย ศอฉ. ได้กระชับกำลังเข้ากดดันกลุ่ม นปช. ในเวลา 05:45 น.ของวันพุธ ที่ 19 พฤษภาคม 2553 โดยเริ่มปฏิบัติการจุดแรกบริเวณแยกศาลาแดง โดยผ่านไปได้ด้วยดีเข้ายึดพื้นที่บริเวณสวนลุมพินีได้ และรุกคืบเข้าใกล้เวทีบริเวณแยกราชประสงค์ ระหว่างปฏิบัติการก็ได้รับการยิงโต้ตอบด้วยอาวุธสงครามร้ายแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงติดอาวุธที่อยู่บรเวณพื้นที่โดยรอบสถานที่ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยปฏิบัติการที่เป็นระบบทางยุทธวิธีอย่างมีระเบียบวินัยและอดทนอดกลั้นของเจ้าหน้าที่ ทำให้ปฏิบัติการกดดันเป็นผลสำเร็จ แกนนำหลักได้ประกาศยุติการชุมนุมด้วยจนมุมต่อเจ้าหน้าที่ และรีบเดินทางเข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยทันที โดยที่มีแกนนำหัวรุนแรงบางคนที่หลบหนีไปตั้งแต่ก่อนประกาศยุติการชุมนุมเสียอีก

 
(ภาพจากมติชน ออนไลน์)

 
(ภาพจาก ทีวีไทย)

แล้วหลังจากนาทีนั้น ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดสำหรับคนไทยทุกคนก็เริ่มขึ้น โดยกลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงได้เริ่มก่อวินาศกรรมโดยการวางเพลิงเผาอาคารสถานที่หลายต่อหลายแห่งกระจายกันไปทั่วกรุงเทพฯ และรวมไปถึงต่างจังหวัดหลายๆ จังหวัดด้วย เพียงเพื่อสร้างความสูญเสียต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์อันเป็นคนส่วนใหญ่ให้มากที่สุด เพียงเพื่อบรรเทาความเคียดแค้นอาฆาตของตัวเองเท่านั้น พี่น้องประชาชนชาวไทยจะสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สินก็ช่างหัวมันปะไร ภาพเหตุการณ์ไฟบรรลัยกันต์พิโรธเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ภาพควันดำล่องลอยไปทั่ว ภาพเถ้าถ่านเศษซากปรักหักพังจากการก่อวินาศกรรมยังคงติดตาตรึงใจ สะท้อนความเศร้าเสียใจของคนไทยทั้งประเทศ

 
(ภาพจาก Showded.com และ http://th.wikipedia.org/wiki/เซ็นทรัลเวิลด์)

หลังจากผ่านวันที่โหดร้ายมาแล้ว การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ที่เคยใช้เป็นที่ชุมนุมในหลายพื้นที่ พบกับสิ่งที่น่าตกใจมากมายอย่างไม่น่าเชื่อว่าการชุมนุมแบบสงบ อหิงสาของเค้าจะมีการซ่องสุมกำลังคนและอาวุธยุทโธปกรณ์สงครามมากมายเป็นคลังแสงย่อยๆ กันเลยทีเดียว มีการซ่อนอาวุธมากมายไปทั่วบริเวณชุมนุมและใกล้เคียง โดยมีพวกหัวรุนแรงที่เรียกซะโก้หรูว่า “การ์ด นปช.” ที่อ้างว่าจัดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ที่แท้ก็คอยเป็นกองกำลังผิดกฎหมายเพื่อควบคุมผู้ชุมนุมไม่ให้แตกแถวหรือหนีกลับบ้านนั่นแหละ และให้ทำหน้าที่ตรวจค้นและรุมทำร้ายผู้ที่ไม่ให้การสนับสนุนพวกตน มีอย่างที่ไหนไปตั้งด่านตรวจค้นรถของประชาชนทั่วไป พอไม่ให้ความร่วมมือก็กรูกันเข้ามารุมทำร้ายซะเพื่อความสะใจ มีกฎหมายฉบับไหนที่ให้อำนาจพวกเค้าขนาดนั้นหรือ? แล้วก็ยังมีการตระเตรียมการระเบิดรถยนต์ที่เรียกว่า “Car Bomb” ที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเสียก่อน มิฉะนั้นคงมีความสูญเสียเพิ่มขึ้นมากมายกว่านี้  อันนี้ยังมีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่ยังหลบหนีอยู่ กลุ่มพวกนี้เป็นอันตรายมากมายเพราะมีอาวุธครบมือพร้อมที่จะทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปตลอดเวลา อันเป็นสาเหตุให้รัฐบาลโดย ศอฉ. ต้องประกาศ CURFEW ในหลายพื้นที่เสี่ยงอันตรายเป็นเวลา 4 วันแล้วและต่อเนี่องไปอีก 2 วันข้างหน้านี้ด้วย

 
(ภาพจาก http://www.manager.co.th และ http://thaienews.blogspot.com/2010/04/m79.html)

แต่อย่างไรก็ตาม น้ำใจของคนไทยไม่เคยแห้งหายไปจากใจคนไทยทุกคน เห็นได้จากกลุ่มพลเมืองอาสาสมัคร เยาวชน กลุ่ม Social Network ต่างๆ คนไทยทั้งในและนอกพื้นที่ที่รวมกลุ่มกันเพื่อเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด เก็บกวาดเศษซากแห่งความชิงชังที่กลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงที่ไม่ประสงค์ดีได้ทิ้งความเสียหายที่กระทำต่อสาธารณสมบัติไว้โดยทั่วไปในบริเวณชุมนุมและพื้นที่ใกล้เคียง ภาพเศษซากที่คนไทยทุกคนเห็นแล้วน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนไทยด้วยกันจะทำได้ขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนไทยด้วยกันเผาบ้านเผาเมืองของตัวเอง แต่น้ำตาแห่งความปิติตื้นตันใจก็พรั่งพรูออกมาจากผู้ที่พบเห็นภาพคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม้เด็กตัวน้อยที่ออกมาช่วยกัน ร่วมแรงร่วมใจเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครในการทำความสะอาดบ้านเมืองเพื่อให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วอีกครั้ง

 

 

 

 

 


(ภาพ "บิ๊กคลีนนิ่งเดย์" จาก http://www.posttoday.com)

นั่นน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่เราคนไทยทุกคนจะยังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และที่สำคัญแสงสว่างแห่งความหวังนั้นคนไทยทั้งผองจะเป็นผู้ที่ร่วมมือกันจุดประกายสว่างนั้นขึ้นมาด้วยกันนั่นเอง หวังว่าอนาคตของประเทศต่อจากนี้ไป คนไทยจะยังจำบทเรียนครั้งนี้ไว้และตระหนักให้แน่ชัดว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

ว่าแต่ว่า วันที่ 1 เดือนหน้าพวกเราจะได้กลับไปทำงานหรือเปล่าเนี่ย? .. เฮ้อ .. ท้อใจจังว่ะ ..

“วันดี-เดย์ !!! : 19 พฤษภาคม 2553” .. จบซะที .. เฮ้อ ..

และแล้วการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ก็จบลงเสียที พร้อมกับการสังเวยการชุมนุมแบบความสงบ อหิงสาของพวกเค้าด้วย Central World, ไทยทีวีสีช่อง 3 อาคารมาลีนนท์, โรงภาพยนตร์ สยาม, Center One ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมกับการวางเพลิงเผาบ้านเผาเมืองอีกหลายจุด รวมไปถึงตามต่างจังหวัดทางภาคเหนือและอีสาน สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ มีการสั่งเผาบ้านเมือง สั่งยิงเจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยดับเพลิง ผู้สื่อข่าว อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย กาชาดสากล ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงผู้ชุมนุมเองด้วย ว่าไปแล้วก็เป็นการสั่งยิงไม่เลือกหน้า เพื่อความสูญเสียให้แก่บ้านเมืองให้มากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม จนรัฐบาลต้องประกาศ CURFEW ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายในหลายๆ จังหวัด ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 20:00 น. ถึง 06:00 น. และต่อเนื่องไปอีกในวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 21:00 น. ถึง 05:00 น. พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำตวจ อาสามัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และอีกหลายหน่วยงาน ออกตรวจตรา ตั้งด่านสกัดผู้ต้องสงสัย เพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในทุกพื้นที่ และล่าสุดวันนี้ ได้ประกาศ CURFEW เพิ่มขึ้นอีก 2 วันในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2553 เวลา 23:00 น. ถึง 04:00 น. อีกด้วย

 
(ภาพจากมติชน ออนไลน์)

ส่วนการสั่งการเผาบ้านเผาเมืองนั้น ไม่ว่าใครเป็นคนสั่ง คนไทยทุกคนก็คงจะรู้เช่นเห็นชาติอยู่แล้วว่ากระกระทำเช่นนี้ คงไม่ใช่คนที่หวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองแน่นอน อีกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองบางพรรค ที่พยายามดำเนินการตามใบสั่ง พยามยามออกมาทางหน้าจอโทรทัศน์เพื่อแก้ตัวไปต่างๆ นาๆ ว่าไม่เกี่ยวกับการชุมนุม ช่างกล้าที่จะออกมาพูดโดยเฉพาะ “สส.ดาราหน้าม่าน” ที่ออกมาเดินเกมฟ้องนี่โน่นนั่น ฟ้องพ่อ ฟ้องแม่ ฟ้องครู ฟ้องใครต่อใคร ลามไปถึงกับจะฟ้องคนนอกบ้าน อายเค้าไม๊? ทะเลาะกันเองแล้วยังจะเอาเรื่องในบ้านไปให้คนอื่นตัดสินให้ อยากจะขอความเห็นใจจากคนอื่น ถ้าไม่อยากเป็นคนไทยก็ออกไปอยู่นอกบ้าน ไปอยู่กับคนอื่นเลยดีกว่าไม๊? เหมือนที่บางคนเป็นอยู่ตอนนี้ไงล่ะ

 
(ภาพจากมติชน ออนไลน์)

แกนนำที่เข้ามอบตัวจากการจนมุม เอ๊ย .. การชุมนุม กำลังรอเข้ากระบวนการเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม แกนนำทั้งหมดคงปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเป็นผู้นำมวลชนเข้ามาชุมนุม เป็นผู้นำความเดือดร้อนเข้ามาสู่คนเมืองหลวง โดยอ้างสิทธิความชอบธรรมเพื่อเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่จะริดรอนสิทธิของคนอื่นก็ช่างมัน คนอื่นต้องยอมพวกเค้าเพราะพวกเค้ามาเรียกร้องประชาธิปไตย เค้าเป็นคนส่วนใหญ่มีมวลชนเป็นล้านคน เป็นแดงทั้งแผ่นดิน ส่วนคนที่เหลืออีก 50-60 ล้านคนของประเทศเป็นคนส่วนน้อยจะต้องยอมเค้า (อืมมม .. ว่าแต่เมืองไทยมีพลเมืองเท่าไหร่กันน๊า?)

  
(ภาพจาก http://www.manager.co.th และ PDN)

ส่วนพวกแกนนำกลุ่มหัวรุนแรงอย่าง “นักร้องบ้าพลัง หน้าด้านไม่พอ” กับ “ดาราทหารฮอลีวู้ด อีสานบ้านเรา” ควงแขนกันหนีหัวซุกหัวซุนก่อนแกนนำที่เหลือประกาศยุติชุมนุมซะอีก นี่ล่ะหนาพอถึงเวลาต้องโชว์เดี่ยวก็กลัวลนลาน แต่เวลาออกโทรทัศน์ก็เบ่งกล้ามโชว์พลังกันน่าดู พ่นน้ำลายไปทั่วจอ ไม่เห็นว่าจะมีภาวะผู้นำซักคน ไม่ได้กล้ายอมรับกับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ซักคน แล้วยังมีหน้ามาอ้างเรื่องกลัวไม่มีความปลอดภัย นึกถึงสิ่งที่ทำกับคนอื่นให้เค้าต้องเสียสิทธิเสรีภาพความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินบ้างหรือเปล่า? น่าจะรู้สึกสำนึกถึงความผิดที่กระทำบ้างก็ดีนะ จะได้บรรเทาบาปกรรมที่ทำต่อคนไทยทั้งชาติให้เบาบางลงได้บ้าง ส่วนนักฆ่าชุดดำที่คอยปฏิบัติการเยี่ยงกองโจรที่มีอาวุธสงครามครบมือ เพียบพร้อมด้วยยุทโธปกรณ์ที่ส่งกำลังสนับสนุนจากต่างชาติ คอยทำการก่อวินาศกรรมในจุดต่างๆ โดยมุ่งหวังให้ก่อความสูญเสียกับเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั่วไป

 
(ภาพจาก http://talk.mthai.com/topic/58546 และ http://padmultiply.multiply.com)

ส่วนอดีตคนไทย สัญชาติยุโรปใหม่ถอดด้าม กับวาทะอาฆาตแค้นต่อคนไทยทั้งชาติที่ว่า “ผมอยู่ไม่ได้ ใครก็อยู่ไม่ได้” แสดงถึงเจตนาร้ายต่อประเทศ จ้องจะทำลายบ้านเมืองของเรา กับคำประกาศของแกนนำคนหนึ่งที่บอกว่า “มึงยึด กูเผา .. เผาไปเลยครับพี่น้อง ใครจะจับมาจับผมนี่” นี่มันส่อให้เห็นเจตนาของผู้ที่พูดที่จะมีการเตรียมการกระทำสิ่งเลวร้ายต่อบ้านเมือง อันพึงที่จะพิจารณาเอาจากการกระทำการหลายอย่างที่ผ่านมาอันเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งแกนนำบนเวทีบริเวณที่ชุมนุม พรรคการเมืองไร้จรรยาบรรณ ผู้ก่อความไม่สงบที่ใช้อาวุธ และการใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อทั้งโทรทัศน์และวิทยุชุมชน อีกทั้งการเดินเกมจากต่างประเทศโดยอดีตคนไทยที่ตั้งทนายฟ้องประเทศไทย

ทำให้เล็งเห็นไปถึงเป้าหมายของผู้ที่คิดการนี้ ที่ต้องการจะล้มล้างสถาบันอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าความคิดและการกระทำแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด เราคนไทยทุกคนจะยอมพลีชีพเพื่อปกป้องรักษาพ่อหลวงของเรา ใครที่คิดมาล้มล้างหรือทำร้าย จะต้องถูกเพลิงนรกเผาผลาญมันและครอบครัวให้ชิบหายวายวอดไม่ได้ผุดได้เกิด จิตใจทำด้วยอะไรหนอ? ทำร้ายได้แม้แต่แผ่นดินที่มันเกิด ทำร้ายได้แม้แต่พ่อที่เป็นที่รัก


(ภาพจากเนชั่น กรุ๊ป)

 
(ภาพจาก http://www.pochnews.com)

หลังจากนี้ ก็ได้แต่หวังว่าสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เราคนไทยทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อคืนความสดชื่น ร่มเย็นกลับมาสู่ประเทศไทยของเรา ช่วยกันเก็บกวาดเช็ดถู และแก้ไขในในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดมหันต์อันเป็นบทเรียนราคาแพงในใจคนไทยครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี คนไทยยังคงมีน้ำใจ รู้รักสามัคคี เพื่อก้าวผ่านความเจ็บปวดที่เกาะกุมในหัวใจ เราคนไทยจะจดจำบทเรียนครั้งนี้และจะไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำสอง เราจะกลับมาร่วมกันร้องเพลงชาติไทย ให้ดังกระหึ่มไปทั่วโลก และประกาศให้รู้ทั่วพื้นปฐพีนี้ว่า จะไม่มีทางที่ใครจะมาแบ่งแยกความเป็นพี่น้องร่วมชาติของเราได้อีกต่อไป

เราคนไทยทุกคนจะกลับมา พร้อมกับรอยยิ้มสยาม ที่กว้างกว่าเดิม

“คนไทยรักในหลวง คนไทยรักชาติ”


(ภาพจาก http://e-office.ahs.nu.ac.th)

 

เขียนเมื่อ : วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2553  เวลา 17:50 น. GMT+7 ประเทศไทย
ผู้เขียน : April Guy