เรื่องร้ายผ่านไป .. รอแค่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ..

เริ่มตั้งแต่กลุ่ม นปช. เสื้อแดงเคลื่อนขบวนเข้ายึดพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อต้นเดือนเมษายน 2553 เป็นสาเหตุให้พวกเราได้รับแจ้งจากที่ทำงานให้หยุดงานตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน (ตรงกับวันคล้ายวันเกิดพอดีเลยวุ๊ย) ยาวไปทั้งเดือนเมษายนเลย แต่ให้เข้าไปรับ event พิเศษ 1 วันในวันที่ 28 เมษายนด้วย แล้วมีการทำความตกลงให้หยุดงานเพิ่มขึ้นอีก 1 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่ 1-31 พฤษภาคม โดยไม่มีการจ่ายเงิน และให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องเป็นระยะๆ


(ภาพโดย http://talk.mthai.com/user/giraf999)

ระหว่างนั้น ก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้เรื่องราวบ้าๆ นี่จบๆ ลงไป จะได้กลับทำงานกันซักที ตามข่าวเรื่องแผนปรองดองก็ดีใจว่า เอ้อ .. มันน่าจะลงเอยกันได้ล่ะคราวนี้ เพราะท่าทีแกนนำก็ดูจะเห็นด้วยและยอมรับแผนนี้ แต่พอมีคำสั่งของตัวพ่อจากต่างประเทศบอกไม่ยอมรับจะเลิกไม่ได้ แกนนำก็จัดให้ตามที่ขอพลิกลิ้นโดยพลัน เพิ่มข้ออ้างเพื่อต่อรองทันที ซึ่งเรื่องการพลิกลิ้นปรับเปลี่ยนข้อต่อรองนั้นเป็นมาตั้งแต่เริ่มต้นชุมนุมแล้ว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หาข้ออ้างโน่นอ้างนี่เฉไฉนอกเรื่องนอกประเด็น แถไปเรื่อยๆ เพื่อยื้อเวลาให้เกิดความสูญเสียกับประเทศชาติให้มากที่สุด เพราะข้อเรียกร้องที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สังเกตจากเมื่อปีก่อนก็เหมือนกัน เป็นไม้หลักปักขี้เลนหาจุดยืนไม่ได้ อ้างแต่ขอแค่ยุบสภา พอรัฐบาลโอนอ่อนให้ก็รีบหาข้ออ้างเพื่อไม่ยอมยุติการชุมนุม เพียงเพราะตัวพ่อที่อยู่ต่างประเทศไม่ยอมเพราะถ้าเลิกง่ายๆ ที่ลงทุนไปตั้งเยอะแยะก็เสียเปล่าอ่ะดิ ห้ามเลิก(โว๊ย) .. แต่ถ้ามึงไม่ยอมเลิก พวกกูก็จะอดตายกันอยู่แล้ว(ว่ะ)


(ภาพโดย http://talk.mthai.com/user/giraf999)

แล้วสถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากรัฐบาลโดย ศอฉ. ได้กระชับกำลังเข้ากดดันกลุ่ม นปช. ในเวลา 05:45 น.ของวันพุธ ที่ 19 พฤษภาคม 2553 โดยเริ่มปฏิบัติการจุดแรกบริเวณแยกศาลาแดง โดยผ่านไปได้ด้วยดีเข้ายึดพื้นที่บริเวณสวนลุมพินีได้ และรุกคืบเข้าใกล้เวทีบริเวณแยกราชประสงค์ ระหว่างปฏิบัติการก็ได้รับการยิงโต้ตอบด้วยอาวุธสงครามร้ายแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงติดอาวุธที่อยู่บรเวณพื้นที่โดยรอบสถานที่ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยปฏิบัติการที่เป็นระบบทางยุทธวิธีอย่างมีระเบียบวินัยและอดทนอดกลั้นของเจ้าหน้าที่ ทำให้ปฏิบัติการกดดันเป็นผลสำเร็จ แกนนำหลักได้ประกาศยุติการชุมนุมด้วยจนมุมต่อเจ้าหน้าที่ และรีบเดินทางเข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยทันที โดยที่มีแกนนำหัวรุนแรงบางคนที่หลบหนีไปตั้งแต่ก่อนประกาศยุติการชุมนุมเสียอีก

 
(ภาพจากมติชน ออนไลน์)

 
(ภาพจาก ทีวีไทย)

แล้วหลังจากนาทีนั้น ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดสำหรับคนไทยทุกคนก็เริ่มขึ้น โดยกลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงได้เริ่มก่อวินาศกรรมโดยการวางเพลิงเผาอาคารสถานที่หลายต่อหลายแห่งกระจายกันไปทั่วกรุงเทพฯ และรวมไปถึงต่างจังหวัดหลายๆ จังหวัดด้วย เพียงเพื่อสร้างความสูญเสียต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์อันเป็นคนส่วนใหญ่ให้มากที่สุด เพียงเพื่อบรรเทาความเคียดแค้นอาฆาตของตัวเองเท่านั้น พี่น้องประชาชนชาวไทยจะสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สินก็ช่างหัวมันปะไร ภาพเหตุการณ์ไฟบรรลัยกันต์พิโรธเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ภาพควันดำล่องลอยไปทั่ว ภาพเถ้าถ่านเศษซากปรักหักพังจากการก่อวินาศกรรมยังคงติดตาตรึงใจ สะท้อนความเศร้าเสียใจของคนไทยทั้งประเทศ

 
(ภาพจาก Showded.com และ http://th.wikipedia.org/wiki/เซ็นทรัลเวิลด์)

หลังจากผ่านวันที่โหดร้ายมาแล้ว การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ที่เคยใช้เป็นที่ชุมนุมในหลายพื้นที่ พบกับสิ่งที่น่าตกใจมากมายอย่างไม่น่าเชื่อว่าการชุมนุมแบบสงบ อหิงสาของเค้าจะมีการซ่องสุมกำลังคนและอาวุธยุทโธปกรณ์สงครามมากมายเป็นคลังแสงย่อยๆ กันเลยทีเดียว มีการซ่อนอาวุธมากมายไปทั่วบริเวณชุมนุมและใกล้เคียง โดยมีพวกหัวรุนแรงที่เรียกซะโก้หรูว่า “การ์ด นปช.” ที่อ้างว่าจัดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ที่แท้ก็คอยเป็นกองกำลังผิดกฎหมายเพื่อควบคุมผู้ชุมนุมไม่ให้แตกแถวหรือหนีกลับบ้านนั่นแหละ และให้ทำหน้าที่ตรวจค้นและรุมทำร้ายผู้ที่ไม่ให้การสนับสนุนพวกตน มีอย่างที่ไหนไปตั้งด่านตรวจค้นรถของประชาชนทั่วไป พอไม่ให้ความร่วมมือก็กรูกันเข้ามารุมทำร้ายซะเพื่อความสะใจ มีกฎหมายฉบับไหนที่ให้อำนาจพวกเค้าขนาดนั้นหรือ? แล้วก็ยังมีการตระเตรียมการระเบิดรถยนต์ที่เรียกว่า “Car Bomb” ที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเสียก่อน มิฉะนั้นคงมีความสูญเสียเพิ่มขึ้นมากมายกว่านี้  อันนี้ยังมีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่ยังหลบหนีอยู่ กลุ่มพวกนี้เป็นอันตรายมากมายเพราะมีอาวุธครบมือพร้อมที่จะทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปตลอดเวลา อันเป็นสาเหตุให้รัฐบาลโดย ศอฉ. ต้องประกาศ CURFEW ในหลายพื้นที่เสี่ยงอันตรายเป็นเวลา 4 วันแล้วและต่อเนี่องไปอีก 2 วันข้างหน้านี้ด้วย

 
(ภาพจาก http://www.manager.co.th และ http://thaienews.blogspot.com/2010/04/m79.html)

แต่อย่างไรก็ตาม น้ำใจของคนไทยไม่เคยแห้งหายไปจากใจคนไทยทุกคน เห็นได้จากกลุ่มพลเมืองอาสาสมัคร เยาวชน กลุ่ม Social Network ต่างๆ คนไทยทั้งในและนอกพื้นที่ที่รวมกลุ่มกันเพื่อเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด เก็บกวาดเศษซากแห่งความชิงชังที่กลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงที่ไม่ประสงค์ดีได้ทิ้งความเสียหายที่กระทำต่อสาธารณสมบัติไว้โดยทั่วไปในบริเวณชุมนุมและพื้นที่ใกล้เคียง ภาพเศษซากที่คนไทยทุกคนเห็นแล้วน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนไทยด้วยกันจะทำได้ขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนไทยด้วยกันเผาบ้านเผาเมืองของตัวเอง แต่น้ำตาแห่งความปิติตื้นตันใจก็พรั่งพรูออกมาจากผู้ที่พบเห็นภาพคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม้เด็กตัวน้อยที่ออกมาช่วยกัน ร่วมแรงร่วมใจเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครในการทำความสะอาดบ้านเมืองเพื่อให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วอีกครั้ง

 

 

 

 

 


(ภาพ "บิ๊กคลีนนิ่งเดย์" จาก http://www.posttoday.com)

นั่นน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่เราคนไทยทุกคนจะยังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และที่สำคัญแสงสว่างแห่งความหวังนั้นคนไทยทั้งผองจะเป็นผู้ที่ร่วมมือกันจุดประกายสว่างนั้นขึ้นมาด้วยกันนั่นเอง หวังว่าอนาคตของประเทศต่อจากนี้ไป คนไทยจะยังจำบทเรียนครั้งนี้ไว้และตระหนักให้แน่ชัดว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

ว่าแต่ว่า วันที่ 1 เดือนหน้าพวกเราจะได้กลับไปทำงานหรือเปล่าเนี่ย? .. เฮ้อ .. ท้อใจจังว่ะ ..

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s