ScribeFire : ส่วนเสริมที่ขาดไม่ได้ .. สำหรับชาวบล็อคเกอร์ทั้งหลาย ..

ScribeFire : ส่วนเสริมสำหรับ browser ยอดฮิตอย่าง FireFox และ Chrome มาพร้อมกับ feature เด็ดๆ ให้ความสะดวกมากมาย ดาวน์โหลดฟรีจาก browser ที่คุณใช้อยู่ได้เลย

จากที่ลองใช้ดูกับทั้งสองเบราเซอร์แล้ว

ปัญหาที่พบบนจิ้งจอกไฟก็คือเรื่องของ font ที่แสดงภาษาไทยได้ไม่ถูกต้อง โดยจะมีปัญหาที่ส่วนของไตเติ้ล (หัวข้อของโพส) เป็นภาษาต่างดาวมันซะอย่างนั้น ซึ่งเป็นกับผู้ให้บริการอย่าง wordpress ส่วนผู้ให้บริการอื่น ใครใช้แล้วได้ผลเช่นไรช่วยมา comment บอกเพื่อนๆ คนอื่นๆ ด้วยจะขอบคุณมาก

m[1].jpg

ส่วนใน Chrome ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาเรื่องตัวอักษรหรือภาษาไทย

m[2].jpg
อินเตอร์เฟซเข้าใจง่ายๆ แม้ว่าจะใช้เป็นครั้งแรกก็สามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น

m[3].jpg
ส่วนของอีดิทเตอร์มีเครื่องมือที่จำเป็นในการเขียนอย่างครบครัน เหมือนพิมพ์เอกสารใน MS Word นั่นแหละ

m[1].jpg
สามารถสลับไปแก้ไขกันในโหมด HTML ได้ด้วย สะดวกมาก แก้ไขโค้ดได้อย่างง่ายดาย ใครทำบล็อคควรเรียนรู้เอาไว้ได้ประโยชน์มากมายเชียวนะจะบอกให้

m[1].jpg
เขียนเสร็จก็กดปุ่ม Publish ง่ายๆ ก็ออนไลน์โพสของเราได้แล้ว แต่ถ้ายังเขียนไม่เสร็จก็ Save Progress เป็น Draft เอาไว้ก่อน ค่อยกลับมาแก้ไขอีกทีในภายหลัง

ส่วนวิธีติดตั้งก็สามารถเข้าไปติดตั้งได้ใน Menu > Tool > Add-ons ของเบราเซอร์ แล้ว search หาคำว่า ScribeFire เจอแล้วก็เลือก Install ได้เลย

ติดตั้งเสร็จก็ต้อง Restart เบราเซอร์ แล้วจากนั้นก็พร้อมเริ่มลงมือกันได้

ขอให้สนุกกับการเขียนบล็อคของคุณนะครับ

เขียนเมื่อ : วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ.2554 เวลา 16:58 น. GMT+7 ประเทศไทย
ผู้เขียน : April Guy

Advertisements

Zoundry Raven : โปรแกรมออฟไลน์ บล็อค อิดิทเตอร์ ชั้นดีแบบฟรีๆ

เหตุ .. คงเกิดจากวันนั้น ..

วันที่เครื่อง Laptop ตัวเก่งที่ใช้งานมานานเริ่มสิ้นสภาพ ขาดใจไประหว่างปฏิบัติหน้าที่ซึ่งก็แสดงอาการมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว เลยถอดฮาร์ดดิสก์เก็บไว้เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล แล้วส่งเครื่องเข้าศูนย์ไปซะ

ปัญหาก็คือตอนนี้ก็เลยไม่มีเครื่องใช้นี่สิ เลยหันไปใช้เครื่องเดสก์ท็อปอยู่พักนึงแล้วก็ไปได้ Laptop ตัวเก่ามาใช้โดยติดตั้ง Windows XP x64 Edition พร้อม Licensed ถูกต้องมาในเครื่อง

เอาล่ะสิที่นี้ โปรแกรม Windows Live Writer ที่ใช้เขียนบล็อคอยู่เป็นประจำนั้นไม่สามารถใช้กับ x64 Edition ได้ เป็นเหตุให้ต้อง search หาโปรแกรม Blog Editor ตัวใหม่มาใช้งาน
หลายๆ โปรแกรมทั้งฟรีแวร์, แชร์แวร์, เดโม ถูกดาวน์โหลดมาทดลองใช้ร่วมๆ 10 โปรแกรม และสุดท้ายก็มาพบกับโปรแกรมตัวนี้ที่ยืดหยุ่นมากๆ ตอบสนองความต้องการใช้ของผมได้เป็นอย่างดี มี Feature ที่จำเป็นครบถ้วน และที่สำคัญเป็นฟรีแวร์อีกด้วย

Zoundry Raven : Offline Blog Editor

m[3].jpg
มาดูหน้าตาของโปรแกรมกัน

m[2].jpg
หน้าของ Blog Manager

m[1].jpg
นี่เป็นหน้าของตัว Editor ของโปรแกรม

m[5].jpg
มี Wizard ช่วยในการตั้งค่าบล็อค Support โปรโตคอลของผู้ให้บริการยอดนิยมหลายๆ ที่

ขอเชิญดาวน์โหลดไปใช้กันได้ตามอัธยาศัยนะครับ ถ้าถูกใจก็ไป Donate ให้เค้าเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้พัฒนาต่อไปด้วยนะครับ

ดาวน์โหลด คลิ๊กที่นี่ / Download Click Here

Password : Highlight from here ||blogeditor||

ดาวน์โหลดจาก Zoundry / Download from Official Website (no password reqiured)

บริจาค / Donate

เขียนเมื่อ : วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ.2554 เวลา 16:48 น. GMT+7 ประเทศไทย
ผู้เขียน : April Guy

น้อง Blue ไม่สบาย .. เลยไปคว้าฝาแฝดน้อง Blue มาแทน ..

เฮ้อ .. ยังไม่ทันไร .. น้อง Blue ก็ไม่สบายมาก ช่วยรักษายังไงก็ไม่สมารถยื้อชีวิตน้องเค้าเอาไว้ได้ .. สุดท้ายแล้วน้องเค้าก็จากไปอย่างสงบเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 8 เม.ย.2553  อีกทั้งไปพร้อมกับข้อมูลสำคัญอีกประมาณเกือบ 100 GB .. เซ็งเรยยยยย ..

เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 5 เม.ย.2553 กำลังโอนถ่ายข้อมูลสำคัญอีกชุดหนึ่ง กำลัง copy อยู่ไฟล์ดีๆ แล้วจู่ๆ ก็มีหน้าต่าง error เด้งขึ้นมาแจ้ง critical error : delay write data error ..

อ้าว .. เฮ้ยยยย .. เป็นอารายของเมิงว๊ะ .. ก็เลยตอบ OK ไป .. เป็นอันว่ากรูรับรู้แล้วว่ามีข้อผิดพลาดในการเขียนข้อมูล .. ทันทีที่คลิ๊ก ไฟแสดงการทำงานก็ active ทันที .. เลยนึกว่ามันจะเขียนต่อไปโดย skip error ที่เกิดขึ้น เลยไม่ได้สนใจปล่อยให้มันทำงานไป ก็เลยนั่งดูเวบไซต์โปรดส่วนตั๊วส่วนตัวอยู่ซักพัก นึกว่าทำงานเสร็จแล้วเลยหันไปดู .. เอ๊ะ .. ไฟ LED ยังกระพริบอยู่เลยแฮะ มันยัง active อยู่อีก มันยังไงกันล่ะเนี่ยะ ลางไม่ค่อยจะดีเลยแฮะ ..

 

เลยพยายามจะ remove hardware โดยสั่งที่โปรแกรม WD Smart Ware แต่ก็ไม่สามารถ remove ได้เพราะโปรแกรมแจ้งว่ายังมีการ access ไดร์ฟอยู่ เลยดึงสายออกจาก port USB ซะเลย

ปัญหามันก็เกิดแสดงให้เห็นชัดเจนก็หลังจากนี้แหละ
พอลองเอามาเสียบเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้ไฟ active กระพริบ โปรแกรม WD Smart Ware เริ่มทำงานแสดงหน้าจอรอให้ใส่ password (อืมมมม .. ยังดูดีอยู่) ก็ใส่เข้าไปตามปกติ ไฟ active ก็กระพริบอีกเหมือนจะปกติดีเนอะ แต่เปล่าเลยมันกระพริบไม่ยอมหยุด ลองพยายามเปิด My Computer ขึ้นมาเพื่อมองหาไดร์ฟ ปรากฎว่าพบแต่ Virtual CD ที่โปรแกรมสร้างขึ้น แต่ไดร์ฟที่เก็บข้อมูลยังไม่มีวี่แววให้เห็น

นั่งอึ้งอยู่ ลองทำใจดีสู้เสือ ลองรอให้ไฟ active หยุด ก็ไม่เป็นผล ลองชักออกแล้วเสียบเข้าไปใหม่ก็อาการเหมือนเดิม ลองเปลี่ยนไปเสียบกับเครื่อง desktop ก็อาการเดิม ทดลองเปลี่ยนสาย USB ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ..

เอ๋อเลยอ่ะดิคราวนี้ .. เอายังไงดีว๊ะ? .. ทำอะไรไม่ถูก .. ไม่รู้จะเริ่มแก้ไขจากตรงไหนก่อนดี .. โมโห เศร้าใจ เสียใจ เจ็บใจตัวเองที่ชะล่าใจไปหน่อยที่ไปไว้ใจอุปกรณ์อิเลคทรอนิคเหล่านี้ ข้อมูลสำคัญหลากหลายรูปแบบทั้งไฟล์งานที่ใช้งานเป็นประจำ รูปถ่ายลูกตั้งแต่เกิดจนถึงเวลาปัจจุบัน ข้อมูลเอกสารส่วนตัวอันเป็นความลับอีกเพียบ .. อะไรไม่เสียดายเท่ารูปลูก .. ยังพอทำใจได้ที่ยังมีบางส่วนที่ write เป็น CD/DVD เก็บเอาไว้ส่วนหนึ่ง ที่หาไม่ได้ก็คงเป็นรูปภาพใหม่ที่ถ่ายเมื่อเร็วๆ นี้ .. เฮ้อ .. ได้แต่ทำใจกันล่ะงานเนี๊ยะ ..

เลยต้องเอาน้อง Blue กลับไปร้านเพื่อจะส่งเคลม .. ช่างชันสูตรร่างกายน้องเค้าแล้วลงความเห็นว่า เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน หมดหนทางจะเยียวยาได้อีกแล้ว ขอแสดงความเสียใจด้วย พร้อมกับปลอบใจด้วยการเปลี่ยนเอาน้องฝาแฝดของน้อง Blue มาให้แทน เลยลองถามว่าจะสามารถช่วยส่งน้อง Blue กลับเข้าไปโรงงานแล้วช่วยกู้ข้อมูลกลับมาให้ทีจะได้ไหม?คำตอบคือไม่สามารถทำได้จริงๆ ทางโรงงานไม่มีนโยบายให้บริการด้านนี้ จึงต้องยอมรับสภาพด้วยความจำใจ .. ต่อไปคงจะไว้ใจอุปกรณเหล่านี้เต็ม 100% ไม่ได้แล้ว

หวังว่า ประสบการณ์ในครั้งนี้คงจะจำไปตลอดกาลว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจฮาร์ดดิสก์” (เกี่ยวกันไม๊ว๊ะเนี่ยะ) .. เฮ้อออออ .. เซ็งว่ะ ..

 

เขียนเมื่อ : วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ.2553  เวลา 05:230 น. ประเทศไทย
ผู้เขียน : April Guy

WD My Passport 500GB ..

เรื่องของเรื่อง ก็คือด้วยความอยากส่วนตัว เลยไปซื้อ External DVD แบบ USB 2.0 มาใช้ ด้วยหวังว่าจะใช้เป็น Portable ไปเสียบกับเครื่อง Desktop ที่ทุกวันนี้ยังไม่มี DVD ใช้กับเค้าเลย .. เช๊ย..เชยเนอะ .. แล้วก็ใช้เป็นเครื่องสำรองสำหรับเครื่อง LAPTOP ด้วย แต่ปรากฎการณ์ร้ายได้ฉายแววขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันไรเลย เมื่อเสียบเข้าเครื่อง LAPTOP ตัวเก่าแต่ก็เป็นตัวเก่งนะ ปรากฎว่า เงียบสนิท ไม่มีปฏิกริยาตอบสนองแต่ประการใด .. เลยงงเล็กๆ เอาใหม่อีกทีซิ เออ .. เห็นแล้ว .. ใช้ได้โว๊ย ..ลองเอาแผ่นมา DVD9 รวมโปรแกรมมาใส่เข้าไป อ่านแฮะแต่อ่านๆ ไปแล้วก็นิ่ง เปิดดูอีกที อ้าวววว .. ไดร์ฟหายไปแล้วววว .. อาจจะไฟไม่พอ ลองเอาสายที่ให้มาเสียบ USB เพิ่มอีกช่องเพื่อจ่ายไฟให้ไดร์ฟ แหะๆ .. อาการเดิม เห็นแล้วก็หายหัวไปเหมือนเดิม เลยต้องเอาไปเปลี่ยนซะดีกว่า

ดวงกุดหรือไงวะกรู หรือเจ้ากรรมนายเวรตามมาทัน ที่ร้านเหลือตัวเดียวคือไอ้ตัวที่ซื้อไปนั่นแหละ ความซวยเข้ามาเยือนซะแล้ว ร้านเลยบอกว่าถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องรอวันจันทร์ของอาจจะเข้ามาใหม่ หรือไม่งั้นก็เอาตังค์คืนไปก่อน อืมมมม .. คิดๆ อยู่ไม่นาน ด้วยความที่ไม่อยากได้ตังค์คืน ก็พลันหันไปสบตากับเจ้า WD My Passport 500GB เข้าอย่างจัง กอรปกับยังไม่มีสื่อบันทึกข้อมูลแบบนี้ใช้เลยซักตัว เลยเกิดอาการคันขึ้นมาในใจ เลยเพิ่มตังค์ไปเพื่อเอาเจ้า My Passport ตัวนี้กลับบ้านแทน .. ฮ่วย เสียตังค์เพิ่มอีกกรู .. สมน้ำหน้า ..

แหมก็เค้าอยากมี External HDD เอาไว้เก็บรูปสวยๆ (สวยของกรูเว๊ย .. ใครว่าไม่สวยก็ช่างปะไร) บ้าง จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาไรท์ใส่แผ่น เวลาจะค้นมาใช้ก็ไม่ต้องไปนั่งงมหาเอาจากกองแผ่นท่วมหัว เพราะจำไม่ได้ว่าอยู่แผ่นไหน อีกอย่างนะ ถ้าเทียบราคาแล้วมันก็อยู่ที่ประมาณ 6 บาทกว่าต่อ 1 GB เองนะ .. โอ๊ยยยย .. คุ้มโครตๆ แล้วเนี่ยะ

 
นี่ไงล่ะ .. WD My Passport 500GB ..

 
มาพร้อมสาย USB .. ซองหนังไม่เกี่ยวกับ WD นะ ..

 
ดูด้านหน้า แล้วก็จับพลิกดูด้านหลัง ..

ใครยังไม่มีก็ไปซื้อมาใช้ซะ เก็บรูปภาพได้เทียบเท่ากับ DVD ประมาณ 100 กว่าแผ่นเชียวนะ ไหนจะเก็บ VDO, MP3 หรือไฟล์งานอื่นๆได้ด้วย ที่สำคัญใครก็เข้ามาดูไฟล์ในไดร์ฟของเราไม่ได้ เพราะจะต้องใส่ password ก่อนจะเข้าใช้งานด้วย

เอาเป็นว่า มาเล่าสู่กันฟังพอหอมปากหอมคอ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังสนใจแหล่งเก็บข้อมูลชนิดนี้อยู่ ในยุคนี้นะ เร็ว น้ำหนักเบา สะดวก ปลอดภัย เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้ และที่สำคัญราคาถูก น่าจะไม่มีใครเกินหน้าเค้าได้อีกแล้ว ลองพิจารณาดูนะ

 

เขียนเมื่อ : วันพุธ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2553  เวลา 01:23 น. GMT+7 ประเทศไทย
ผู้เขียน : April Guy